"ณัฐวรรณ กิจกำจาย" สาวตัวเล็กน่าทะนุถนอมคนนี้ ปัจจุบันทำงานอยู่ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ของบริษัท กีโต้ (ประเทศไทย) จำกัด แต่ก่อนหน้าที่จะมาทำงานด้านนี้ วรรณได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตช่วงวัยเรียนว่า
"ตอนเด็กๆ อยู่ในกรอบมาก ไปโรงเรียนมีคนไปรับ-ส่ง วรรณมีพี่น้องเยอะมาก วรรณเป็นคนที่ 2 มีพี่ชายหนึ่งคน น้องสาวคนนึง และน้องชายอีกสอง เวลาไปเรียน ลูกๆ ของญาติวรรณก็จะไปเรียนพร้อมกันด้วย พอไปทีก็นั่งรถตู้เหมือนนั่งรถโรงเรียน แต่จริงๆ เป็นรถตู้ที่บ้าน พอส่งปุ๊บก็ลงเรียงแถวไปกันเกือบสิบคน เพื่อนๆ ก็จะชอบแซวว่านั่งรถโรงเรียนมาเรียน ชีวิตของวรรณเลยค่อนข้างจะอยู่ในกรอบมากนะ เรื่องการตัดสินใจเราก็ต้องถามแม่ก่อนว่า อยากให้ทำอะไร ยกเว้นเรื่องเรียน วรรณเป็นคนตัดสินใจเองทุกอย่าง ตอนเข้ามหาวิทยาลัย วรรณก็เลือกเรียนนิเทศศาสตร์ เพราะรู้สึกว่าน่าจะใกล้ตัวเรามากที่สุด แต่พอจบมาก็ไม่ได้ทำงานด้านนี้เลยนะ วรรณไปเรียนภาษาที่จีนก่อน พอกลับมานี่แหละ ก็ได้มาทำงานนิตยสารอยู่ที่เปรียว ช่วงนั้นไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นนักเขียน เพราะเคยบอกกับตัวเองตั้งแต่สมัยเรียนแล้วว่า ไม่ทำเด็ดขาด เพราะตอนเรียน วรรณเขียนหนังสือไม่เก่ง แต่พอทำจริงๆ ก็รู้สึกแฮปปี้มากที่เราทำได้"
ชีวิตของการเป็นนักเขียนของวรรณได้เริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ตัดสินใจลาออก เพื่อไปเดินตามหาความฝันต่อ นั่นคือการไปเรียนแฟชั่นโปรโมชั่นที่ลอนดอน
"วรรณลาออกจากที่เปรียวเพื่อไปเรียนต่อที่ลอนดอน ตอนนั้นรู้สึกอยากไปหาอะไรใหม่ๆ ทำบ้าง เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบแฟชั่น เลยอยากไปเรียนจริงจัง และสาขาที่วรรณเรียนมันก็เกี่ยวกับเรื่องการสื่อสารด้วย ชีวิตที่อังกฤษเหนื่อยมาก มีการบ้านทุกอาทิตย์ พอผ่านมาได้ก็ภูมิใจมาก เพราะหลังจากเรียนจบ วรรณก็ต้องมาทำงานที่บริษัทของคุณพ่ออย่างเต็มตัว"
การทำงานที่บริษัทของครอบครัว ย่อมมีความแตกต่างจากการทำงานในฐานะลูกจ้างอยู่แล้ว ซึ่งวรรณได้บอกถึงเรื่องนี้ว่า
"ตอนที่วรรณเข้ามาทำงานที่นี่แรกๆ ไม่เลย พาเกร็งไปด้วย แต่พอวรรณเริ่มเปิดใจก่อนทุกๆ คนก็จะทำงานกันง่ายขึ้น วรรณเข้าใจพวกเขา เคยเป็นลูกจ้างเขามาก่อน ทีนี้พอเราเป็นหัวหน้า เราเลยทำงานร่วมกับเขา ชนิดที่ว่าไปไหนไปกัน บางทีงานที่ต้องออกไปโปรโมตนอกสถานที่ วรรณก็ไปยืนแจกแผ่นรองเม้าท์บ้าง อะไรบ้างก็ทำหมด จนคุณแม่ยังถามเลยว่า วันนี้ไม่ไปอีกเหรอ ซึ่งตรงนี้แสดงว่าคุณแม่ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ พนักงานคนอื่นเขาก็เอ็นจอยกับเราไปด้วย
"วรรณเชื่อว่าทุกบริษัทก็ต้องอยากให้การทำงานออกมาดีที่สุด แต่มันจะดีได้ก็อยู่ที่คนดูแลด้วย ซึ่งจะให้พวกเขาเข้าหาเรา ก็ไม่กล้าหรอก เราต้องเข้าหาก่อน ทำงานร่วมกับเขา มีอะไรคุยกัน ไปลำบากก็ไปด้วยกัน คือเราต้องทำให้เขาเห็นก่อน ไม่งั้นเขาก็คงไม่เชื่อในตัวเรา ว่าเราก็ทำได้ ที่สำคัญที่่บ้านวรรณจะมีกฎไว้ว่า ใครเรียนจบ ห้ามทำงานที่บริษัทฯก่อน คือให้คนอื่นว่าเราก่อน ไม่งั้นก็สอนคนอื่นไม่เป็น วรรณยอมรับนะว่าเป็นคนจริงจังกับงานมาก คืออาจจะดุไปหน่อย แต่ทุกอย่างที่เราทำ ก็เพื่อให้งานมันออกมาดี"
สาวคนนี้นอกจากทำงานด้วยความมุ่งมั่น และจริงใจกับงานแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้ก็คือ การเป็นนักคิด เจ้าโปรเจคตัวยงก็ว่าได้
"อยากบอกว่าเป็นคนสร้างสรรค์ดีกว่า เพราะวรรณไม่ใช่คนครีเอทขนาดนั้น เพียงแค่ชอบคิดหาอะไรใหม่ๆ ทำไปเรื่อย อย่างเรื่องการโฆษณาสินค้า ตอนแรกวรรณพยายามคิดให้ฉีกจากคนอื่น ไอเดียก็ปิ๊งขึ้นมาเลย เรื่องการแจกแผ่นรองเม้าท์สกรีนลายสินค้าแบรนด์เราเอง วรรณเชื่อว่าไม่มีใครทิ้งแน่อน เพราะของมันใช้ได้ แต่ถ้าแจกเป็นใบปลิวนี่สิ เสียความรู้สึกมากๆ ถ้าเห็นคนทิ้ง ส่วนอีกโปรเจคที่กำลังจะทำก็คือรองเท้ากีฬา ตอนนี้ก็เริ่มแล้วนะ วรรณอยากให้คนลบภาพของรองเท้ากีโต้ว่าเป็นรองเท้าแตะ เลยกำลังจะสร้างแบรนด์ใหม่อีกชื่อ ให้คนจดจำ"
จะเป็นลูกจ้างหรือเจ้าของบริษัท ผู้หญิงคนนี้ได้ข้ามกำแพงช่องว่างนั้นมาหมดแล้ว เป็นสาวไฮโซหน้าใหม่ที่หัวใจติดดินจริงๆ...
ว่า